High Place Phenomenon โรคอยากโดดลงจากที่สูง

เคยเป็นบ้างมั้ยกับอาการบางอย่างที่เมื่อขึ้นที่สูงแล้ว อยากกระโดดลงจากด้านล่างทั้งนี้มันเป็นความผิดปกติของร่างกายหรือจิตใจหรือไม่ มีอาการทางจิตอะไรซ่อนอยู่บางอย่างหรือเปล่า ซึ่งบางคนดูเหมือนเป็นอาการซึมเศร้าซึ่งอยากฆ่าตัวตาย บางคนอาจมีการชะโงกหน้าลงไปดูด้านล่างว่าสูงแค่ไหน อาการดังกล่าวอาจเป็นอาการที่เรียกว่า High Place Phenomenon High Place Phenomenon เป็นภาวะทางความรู้สึกที่มีนักจิตวิทยาพยายามหาคำตอบและคำอธิบายที่มีหลากหลายทฤษฎีมาให้คำตอบว่าภาวะของ High Place Phenomenon นี้เกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งทางทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริด้าได้มีการสำรวจและทดลองจากอาสาสมัครจำนวน 431 คน โดยการสำรวจผ่านทางออนไลน์ซึ่งจากการสอบถามระบุว่า 1 ใน 3 ของอาสาสมัครเมื่ออยู่บนที่สูงแล้วอยากกระโดดลงไป หรือกลัวว่าตัวเองจะกระโดดลงไปไม่รู้ตัว ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความวิตกกังวลสูงเมื่ออยู่บนที่สูงแล้วอยากกระโดดลงมา อาการนี้คือ High Place Phenomenon ซึ่งก็มีความแตกต่างจากภาวะของโรคซึมเศร้า ทั้งนี้ทีมวิจัยเผยว่าตามสัญชาตญาณแล้วร่างกายคนเราจะทำงานอัตโนมัติหากรู้ว่ากำลังอยู่ในจุดเสี่ยงหรือที่อันตรายต่างๆ จะรู้ว่าต้องป้องกันตัวเอง ซึ่งภาวะ High Place Phenomenon นั้นจะเป็นกึ่งคิดกึ่งไม่รู้สึกตัวซึ่งสมองจะสั่งการบางอย่างให้เราคิดว่าอยากจะกระโดดลงไป แต่ยังคงมีสติในการยับยั้งใจได้ทันนอกจากนี้แล้วยังมีอาการรองลงมาคือ ภาวะจินตนาการสูง หรือ Higher ideation เป็นภาวะทางความคิดที่ว่าเมื่อกระโดดลงไปจะเป็นอย่างไร หรือ ลอยอยู่กลางอากาศแล้วจะเป็นยังไง ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ใช้กลุ่มที่อยากฆ่าตัวตาย

ดูแลจิตใจหลังโศกเศร้าจากการสูญเสีย

ชีวิตของคนเรานั้นสักวันใดวันหนึ่งต้องพบกับความสูยเสียที่เกิดขึ้นจากคนรอบตัวเรา ไม่ว่าเป็นสูญเสียคนในครอบครัว, สัตว์เลี้ยงแสนรัก หรือแม้แต่สูญเสียบ้านจากภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดความโศกเศร้าของเราซึ่งบางคนต้องใช้เวลาทำใจนานหลายเดือนกว่าจะหายจากภาวะโศกเศร้านี้ แต่เมื่อวันครบรอบการสูญเสียนั้นแน่นอนว่าสำหรับบางคนอาจจะยังทำใจไม่ได้และต้องเผชิญกับการสูญเสียเดิมๆซ้ำๆ โดยทางนักจิตวิทยาเรียกภาวะนี้ว่า Anniversary Grief หรือ ความเศร้าในช่วงครบรอบการสูญเสียทั้งนี้มีวิธีรับมือกับการสูญเสียที่สามารถช่วยให้เยียวยาจิตใจของเราได้ เตรียมรับรู้ความเศร้า ต้องบอกว่าสักวันหนึ่งเราต้องพบกับความสูญเสียและเพื่อไม่ให้ความรู้สึกเศร้าลงไปมากกว่านี้ เราควรรับมือความเศร้าไว้แต่เนิ่นๆ แน่นอนว่าเมื่อถึงเวลานนั้นเราหลีกไม่พ้นความเศร้าอยู่แล้วซึ่งการเตรียมใจไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ความเศร้าของค่อยๆดีขึ้นอย่างรวดเร็ว พยายามอยู่ให้ห่างจากสิ่งเร้า บางคนเมื่อเห็นสิ่งต่างๆที่เคยสูญเสียไปนั้นก็จะเกิดความโศกเศร้าโดยเฉพาะคนที่จิตใจอ่อนไหวง่ายเมื่อเจอสิ่งเร้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ เพลง หรือสิ่งอื่นๆที่มีความเศร้านั้นอยู่ห่างๆจากสิ่งเหล่านี้ หรือ หากิจกรรมที่ไม่เกิดความเศร้าทำ เช่น อ่านหนังสือเนื้อหาสนุกสนาน, หรือดูหนังและฟังเพลงสบายๆ หรือ รดน้ำต้นไม้รอบบ้าน แชร์ความรู้สึกคนรอบข้าง เป็นอีกวิธีที่ช่วยได้ลองพูดคุยกับเพื่อนสนิท ครอบครัว เพราะพวกเขาจะให้กำลังใจคุณให้ความเศร้าผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยระบายความรู้สึกเศร้าได้ในระดับหนึ่ง  หรือปรึกษาแพทย์หากคิดว่าอาการรุนแรงถึงภาวะซึมเศร้า

หิวบ่อย กินทั้งวัน เกิดจากอะไร

ในแต่ละวันที่เรานั่งทำงานเคยสังเกตตัวเองมั้ยว่าทุกๆชั่วโมงต้องหาของกินตลอด บางคนคิดว่าตัวเองมีพยาธิหรือเปล่านะหรือบางคนที่กำลังคุมน้ำหนักแต่กลับกินๆ ตลอดเวลาสาเหตุดังกล่าวนั้นเกิดจากอะไรกันแน่และร่างกายเรามีความผิดปกติอย่างไรบ้างนั้น ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ในแต่ละวันเราดื่มน้ำเพียงพอหรือเปล่าซึ่งการดื่มน้ำไม่เพียงพอนั้นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราหิวตลอดเวลาบางคนชอบหาอะไรใส่ปากมากกว่าดื่มน้ำเสียอีก พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจฟังดูแปลกซะหน่อยแต่ว่ามันมีความเชื่อมโยงกันที่เกี่ยวข้องกับการหิว เคยสังเกตมั้ยว่าเมื่อเรานอนดึกเรามักรู้สึกหิวหรือนอนดึกตอนท้องว่าง และตื่นมาไม่สดชื่นรวมถึงอยากกินตลอดเวลา นั่นเพราะว่าร่างกายผลิตฮอร์โมนกระตุ้นให้หิวมากขึ้นนั่นเองดังนั้นแล้วเราควรพักผ่อนให้เพียงพอ 7 – 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยและไม่ควรนอนดึกเกิน 4 – 5 ทุ่ม เว้นมื้อห่างเกินไป ร่างกายคนเราต้องกินอาหารในแต่ละวันนั้น 3 มื้อคือ เช้า กลางวัน เย็น แต่มื้อหลักนั้นห่างกันเกินไปซึ่งในช่วงเวลาที่ท้องว่างร่างกายเราจะหิวและกิน ลองปรับเปลี่ยนมื้ออาหารประมาณ 4 – 5 มื้อต่อวัน เช่น อาหารหลัก เช้า กลางวัน เย็น และมื้อว่างช่วงสาย และ ช่วงบ่าย ซึ่งเป็นอาหารเบาๆเช่น ผลไม้, ขนมปัง, ธัญพืช ก็ได้ ดื่มแอลกอฮอล์  การดื่มแอลกอฮอล์เยอะมากเกินไปก็ส่งผลให้ร่างกายกระตุ้นความอยากของกินมากขึ้นนั่นเพราะว่าร่างกายเราขาดน้ำ ทำให้รู้สึกหิวกระหายตลอดเวลานั่นเอง ทางที่ดีหากดื่มแอลกอฮอล์ควรดื่มน้ำเปล่าควบคู่ไปด้วย นอกจากช่วยให้ร่างกายไม่สูญเสียน้ำแล้ว น้ำยังช่วยขับพิษแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายช่วยลดอาการเมาค้างด้วย

ของกินยามว่างกินแล้วหุ่นไม่พัง ประโยชน์เน้นๆ

สำหรับผู้ที่ชอบการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจหรือกลุ่มผู้รักสุขภาพนั้น แน่นอนว่าเรื่องของอาหารการกินนั้นต้องมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย สำหรับใครที่เมื่อถึงเวลาท้องว่างแล้วเกิดอาการท้องร้องขึ้นมา ก็ต้องหาของกินใกล้ๆใส่เข้าปากซึ่งบางครั้งอาหารเหล่านั้นอาจจะไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเลย ซึ่งกลุ่มคนที่ออกกำลังกายหนักๆแล้วต้องหาอาหารที่มีประโยชน์ทาน ทีนี้เรามาดูกันว่าอาหารใดบ้างที่เหมาะแก่การกินยามว่างและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ นมพร่องมันเนย ถือว่าเป็นของว่างที่มีประโยชน์มากแถมยังหาง่ายอีกด้วย สำหรับนมพร่องมันเนยนั้นจะมีไขมันที่ต่ำกว่านมปกติและให้พลังงานสูงกว่า แต่สำหรับคนที่คุมน้ำหนักการดื่มนมพร่องมันเนยถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้หิวยามท้องว่างได้อย่างดี ถั่วดำ ในธัญพืชตระกูลถั่วนั้น ถั่วดำจัดว่าเป็นธัญพืชที่ให้โปรตีนสูงกว่าถั่วแดงมากแถมยังช่วยให้อิ่มท้องนานด้วย ถั่วดำอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดต วิตามินต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากทานมากเกินไปอาจเกิดแก๊ชในท้องได้ ขนมปังไรย์ เป็นขนมปังทำจากข้าวไรย์เต็มเมล็ด สังเกตง่ายๆคือเป็นขนมปังจะมีสีน้ำตาลเข้ม เนื้อแน่น โดยขนมปังไรย์นั้นมีปริมาณไขมันและโซเดียมต่ำ แต่มีโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และกากใยอาหารสูงมาก ๆ นับว่าน่าสนใจมากทีเดียว อัลมอนด์ ของกินเล่นยามว่างที่อาจจะเป็นของโปรดของหลายๆคนเลยก็ว่าได้ โดยในปัจจุบันอัลมอนด์หาง่ายและราคาไม่แพงมากเหมือนสมัยก่อน อัลมอนด์อุดมด้วยโปรตีน ไขมันดี ไฟเบอร์สูงมาก และช่วยในการย่อยสลายไขมันเลวในร่างกายได้ แต่ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมคือ 6 – 7 เม็ดก็เพียงพอแล้ว  

ดื่มแอลกอฮอล์มากไประวังกล้ามฟีบไม่รู้ตัว

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มสำหรับนักดื่มทั้งหลายที่ชื่นชอบมีหลากหลายให้เลือก หลายยี่ห้อ หลายสูตร แน่นอนว่าการดื่มแอลกอแฮลล์นั้นถือว่าเป็น ไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบปาร์ตี้สังสรร โดยเฉพาะเหล่าหนุ่มทั้งหลายแต่ทั้งนี้สำหรับหนุ่มๆที่รักสุขภาพทั้งหลายนั้นและชื่นชอบการดื่มล่ะก็ ควรระวังอาจจะทำกล้ามเนื้อฟีบไม่รู้ตัว ทั้งนี้นอกจากคนที่รักสุขภาพแล้วยังรวมถึง หนุ่มๆที่หันมาเล่นกล้ามแต่หลายคนก็สงสัยว่าทำไม ออกกำลังกายมานานแล้ว กล้ามไม่มาสักที ซึ่งหากเป็นผู้ที่ชอบการดื่มแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจล่ะก็สังสัยไว้เลยว่าที่กล้ามไม่มานั้นอาจเพราะดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้เรามาดูข้อเสียของการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปว่าจะส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้ออย่างไรบ้าง ร่างกายสังเคราะห์โปรตีนได้น้อยลง หากร่างกายได้รับแอลกอแฮลล์มากเกินไปจะทำให้เส้นเลือดเกิดการหดตัวและไตจะดูดซับน้ำกลับคืนซึ่งส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งหากร่างกายขาดน้ำจะส่งผลต่อการสังเคราะห์โปรตีนในร่างกายน้อยลง ซึ่งการสังเคราะห์โปรตีนนั้นจะช่วงสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายเสร็จ ซึ่งแอลกอแฮลล์จะไปยับยั้งกระบวนการดังกล่าวทำให้สร้างกล้ามเนื้อไม่เต็มที่ เกิดเสียต่อตับ ต้องบอกการดื่มแอลกอแฮลล์มากเกินไปนั้นส่งผลเสียต่อตับโดยตรง เพราะว่าตับทำหน้าที่ในการขับสารพิษออกจากร่างกายซึ่งการดื่มแอลกอแฮลล์เข้าไปก็เหมือนเพิ่มสารพิษจะตับทำงานหนักมากขึ้น ซึ่งตับยังทำหน้าที่ดึงไกลโคเจนนั้นกลับมาเป็นกลูโคสเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานในการออกกำลังกายครั้งต่อไป แต่ถ้าตับทำงานไม่ปกติตับจะดังเอาโปรตีนในร่างกายมาใช้แทนส่งผลให้กล้ามไม่โต

ซิกแพ็ค สร้างได้โดยไม่จำเป็นต้องซิทอัพ

ซิกแพ็ค หรือกล้ามท้องที่ไม่ว่าใครก็ต่างใฝ่ฝันอยากมี ทั้งนี้บางคนก็มีซิกแพ็คเป็นทุนเดิมอยู่ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ สำหรับบางคนไม่มีซิกแพคแต่ก็อยากสร้างกล้ามท้องที่สวย ทีนี้สำหรับคนที่เริ่มเล่นกล้ามท้องนั้นหลายคนเริ่มด้วยการเล่นท่าซิทอัพ ซึ่งท่าซิทอัพนั้นหากเล่นไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อหลังได้ แน่นอนว่าการจะสร้างซิกแพ็คหรือกล้ามท้องนั้นก็สามารถสร้างได้โดยไม่จำเป็นต้องเล่นท่าซิทอัพก็ได้ซึ่งก็มีหลายท่าให้เลือกเล่นทั้งยังปลอดภัยช่วยให้หลังไม่บาดเจ็บด้วย ท่า crunch เป็นท่าที่คล้ายกับการซิทอัพแต่จะไม่ยกตัวขึ้นทั้งตัว ซึ่งท่า crunch ถือว่ามีความปลอดภัยมากกว่าโดยการนอนหงายราบกับพื้น ประสามือที่ท้ายทอย ชันเขาขึ้นมา จากนั้นยกลำตัวขึ้นโดยไม่ให้หลังล่างยกขึ้นจากพื้น เกร็งหน้าท้องจากนั้นค่อยๆลดลำตัวลงนับเป็น 1 ครั้ง Staggered Crunch ท่านี้ใช้ร่วมกับเครื่องเล่นเคเบิลจับเชือกให้มั่นคงโดยให้มือทั้งสองฝั่งอยู่เหนือศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย และงอเข่าลงไปให้ติดพื้น จากนั้นก้มลงพร้อมดึง โดยให้ข้อศอกชี้ลงไปที่พื้น ค่อย ๆ ปล่อยคืน และทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ทั้งหมด 4 เซต Plank เป็นท่าที่ง่ายสามารถทำได้ที่บ้านก็ได้ ท่านี้ช่วยให้สร้างกล้ามท้องให้แข็งแรง วิธีทำคือ ใช้ท่อนแขนกับปลายเท้าพยุงร่างกายให้อยู่ในท่าตรงคล้ายการวิดพื้น พักในท่านี้ประมาณ 30 – 60 วินาที ระหว่างที่ทำเกร็งหน้าท้องเพื่อให้รู้สึกว่าโดนท้องมากที่สุด

แครอตกินพร้อมกับน้ำมันงา มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  แครอตรู้ไหมหากนำมากินพร้อมกับน้ำมันงาจะมีประสิทธิภาพช่วยในการดูดซึมสารอาหารมากขึ้น นอกจากแครอตจะมีประโยชน์ป้องกันโรคมะเร็งแล้วยังมีสรรพคุณป้องกันอีกโรคอื่นๆอีกด้วย แครอต  เป็นพืชล้มลุก โดยทั่วไปมีอายุ 2 ปี ถิ่นกำเนิดอยู่ในอัฟกานิสถานและพื้นที่ใกล้เคียง ผู้ค้นพบว่าในแครอตมีสารแคโรทีนมากนั้นคือ นักวิทยาศาสตร์ชื่อโมลล์และนักเคมีชื่อคาร์เตอร์ ซึ่งเป็นการพบโดยบังเอิญ ขณะที่ให้ม้ากินแครอต แคโรทีน เป็นสารประกอบอินทรีย์หนึ่งในหลายชนิดที่พบอยู่ทั่วไปในพืชและสัตว์ เป็นสารสีที่ให้สีส้ม สีเหลือง หรือบางครั้งสีแดง มีมากในดอกแดนดิไลออน ผลแอพริคอต แครอต มันเทศ เนย ไข่แดง ขนนกขมิ้น และเปลือกกุ้งใหญ่ ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นแคโรทีนให้เป็นวิตามินเอได้   ส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของพืชในไม้เนื้อแข็ง เป็นสารประกอบพอลิเมอร์ไม่มีรูปผลึก จะเกาะกันอยู่ในชั้นระหว่างเส้นใย ซึ่งทำหน้าที่ยึดเกาะเส้นใยเข้าด้วยกัน และมีบางส่วนผสมอยู่ในเส้นใย ลิกนินช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ส่วนเพกทินช่วยปรับการเคลื่อนไหวของลำไส้และช่วยย่อยอาหาร ทำให้หยุดถ่ายเมื่อท้องเสีย   นอกจากจะดีต่อสุขภาพ แล้วในแครอตยังมี สารฟลาโวนอยด์ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยทำให้ความดันโลหิตต่ำลงหัวใจแข็งขึ้น รวมทั้งยังมีวิตามินอีและวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา แก้โรคตาฟาง ขับปัสสาวะ และขับพยาธิไส้เดือนได้ด้วย   เมื่อกินพร้อมอาหารอื่น ๆ ก็ยิ่งได้ประโยชน์สูง เพราะแครอตมีแคโรทีนเป็นส่วนประกอบหลัก ถ้ากินดิบ ๆ จะทำให้การดูดซึมสารอาหารไม่ดี อย่างไรก็ตาม มีผลการทดลองทางเภสัชวิทยาพบว่า การกินแครอตผัดน้ำมันงา… Read More »

อันตรายจากมันฝรั่ง

  มันฝรั่งที่แสนอร่อยกินแล้วมันติดใจ แต่รู้ไหมภายใต้ความอร่อยมันฝรั่งก็มีสารพิษที่เจือปนอยู่ อันตรายจากมันฝรั่งทำให้เกิดอาการปวดหัว อาเจียน ท้องเสีย หรือไข้ขึ้นก็เป็นได้ เรื่องของมันฝรั่งเป็นที่นิยมกันมากและได้นำไปเล่าสู่กันฟังใน Food News เพราะเนื่องจากว่ามันฝรั่งเป็นอาหารที่คนไทยเราชอบกินกันเป็นอย่างมากในสมัยนี้ที่ชอบกินมากๆ คือเด็กและกลุ่มวัยรุ่น จะชอบบริโภคอาหารฟาสต์ฟู๊ดและขนมต่างๆ ที่ได้ทำมาจากมันฝรั่งแล้วรู้หรือเปล่าว่ามันฝรั่งที่เรากำลังกินอยู่นั้นมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่ ได้มีการค้นพบว่ามันฝรั่งนั้นมีสารพิษร้ายแรงที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ซึ่งสารพิษที่พบในหัวมันฝรั่งนั้นได้แก่ สารไกลโคแอลคาลอยด์ นั้นจะไปยับยั้งการทำงานของ เอนไซม์คอลีนเอสเทอเรส ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการ ปวดหัว อาเจียน ท้องเสีย หรือทำให้ไข้ขึ้นเลยก็เป็นได้ สารในมันฝรั่งนั้นจะมีอยู่ประมาณ 0.01 – 0.1% มีน้ำหนักแห้ง ที่สำคัญเลยก็คือ ความร้อนนั้นจะไม่สามารถทำลายสารนี้ได้ งั้นก็แสดงว่าหากมันฝรั่งได้ผ่านความร้อนจากการทอด การต้ม แล้วก็จะไม่ส่งผลกระทบอันตรายใดๆ ต่อเราได้เลย แต่การกินมันฝรั่งปกติในชีวิตประจำวันนั้นจะไม่เกิดโทษจากสารชนิดนี้  และนอกจากนี้แล้วมันฝรั่งยังมีการยับยั้งและมีโปรตีนอยู่ซึ่งได้แก่ สารที่ยับยั้งการทำงานของทริปซิน และการทำงานของไคโมทริปซิน เป็นต้น ซึ่งสารดังกล่าวนี้จะถูกทำลายเมื่อได้พบกับความร้อน จึงทำให้ไม่เป็นอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อสุขภาพ ที่ดีเพราะฉะนั้นเวลาที่เรารับประทานมันฝรั่งนั้นเราควรจะต้ม ทอด ให้สุกก่อนเพื่อเป็นการละลายสารพิษ และเรายังสารมารถกินได้โดยไม่ต้องกังวลใดๆ ทั้งสิ้น

แพนิค ไม่ร้ายแรงถ้าคุณรักษา

สวัสดีครับ พี่น้องชาวไทยวันนี้เราพบกับเรื่องราวสุขภาพที่นำมาฝากเป็นประจำทุกครั้งแน่นอนว่าในรอบหนึ่งอาทิตย์ก็ต้องมาพบมาเจอกัน วันนี้แอดมินเองก็ได้เรียนรู้และศึกษากับเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับมามากมายเหลือเกิน  พูดเลยว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว วันนี้แอดมินนำเสนอเรื่องราวของโรคๆหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า เป็นโรคที่แอดมินเองนั้นเป็นโรคนี้หรือป่าว ไม่รู้ซิ เราไปทำความรู้จักกับโรค แพนิค เป็นโรคที่ต้องบอกเลยมีความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคนที่เป็นอย่างแน่นอนมักจะมีอาการวิตกกังวล ซึ่งสามารถแสดงได้หลายอย่างๆจนถึงขั้นรบกวนกับชีวิตประจำวันในด้านต่าง ๆ  ผู้ป่วยโรคแพนิคจะมีอาการตกใจกลัวอย่างรุนแรง (panic attacks) ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยที่ไม่สามารถควบคุมอาการเหล่านั้นได้ อาการหลักของโรคนี้ อย่างที่บอก นอกจากวิตกกังวลแล้ว จะมีอาการตกใจกลัวอย่างรุนแรงเลยทีเดียว อย่างเช่น ใจสั่นอย่างรวดเร็ว เหงื่อแตก มือเท้าจะชา หายใจไม่สะดวกหายใจไม่อิ่ม  คลื่นไส้ มวนท้อง มีความรู้สึกภายในแปลกๆ เช่น รู้สึกมึนงงคล้ายจะเป็นลม รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย รู้สึกหวิวๆ ลอยๆ คล้ายอยู่ในฝัน โดยที่จะมีอาการหลาย ๆ อย่างดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน แต่ไม่จำเป็นต้องมีทุกอาการ สาเหตุเกิดจาก ทางด้านพันธุกรรม  ทางด้านสังคมสิ่งแวดล้อม  และการเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจในอดีต รวมทั้งความเครียดในปัจจุบัน อื่นๆอีกมากมายหลากหลายสาเหตุ  แน่นอนว่าวิธีการรักษาโรคง่ายๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย พักผ่อนอย่างเพียงพอ งดดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอืน การฝึกสมาธิ ฝึกการผ่อนคลายด้วยใช้เพลงเป็นตัวช่วย… Read More »

สุขภาพเสียงกับการร้องเพลง

สวัสดีครับ พี่น้องชาวไทยที่เคารพรักทุกๆท่าน วันนี้แอดมินมีเรื่องราวดีนำฝากในวันนี้กันอีกแล้วนะครับ แอดมินเป็นคนหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่าเป็นคนที่ร้องเพลงเป็นอย่างมากและรวมไปถึงชอบพูดคุยกันอีกด้วย แน่นอนว่าทั้งร้องเพลงและพูดคุยก็ต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะเส้นเสียงของเรา วันนี้เรามีเทคนิคง่ายที่นำมาฝากกันนะครับ เป็นเทคนิคที่ต้องบอกเลยว่า ใช้ได้จริง และ ทำให้เรามีแต่ความสุขในการใช้เสียงให้ดีได้ด้วย เทคนิคแรกต้องบอกเลยว่า เป็นเทคนิคดั้งเดิมอย่างแท้จริง กับการดื่มน้ำธรรมดา ต้องบอกเลยว่าก็เปล่งเสียงอะไรสักอย่างหรือว่าร้องเพลงก็ต้องมีวอร์มเสียงใช่ไหมละครับ แน่นอนว่าการดื่มน้ำธรรมดา ไม่ต้องร้อนมาก ไม่ต้องเย็น อยุ่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมดื่มในปริมาณที่พอเหมาะสมแน่นอนว่าเสียงของเราก็ยังคงอยู่อย่างแน่นอนไม่แหบไม่หายไปไหนอย่างแน่นอนนะครับ  วิธีที่สองก็ต้องช่วยเหมื่อนกับการดื่มน้ำธรรมดานั้น แต่คราวนี้นำน้ำผึ้งผสมกับมะนาว เป็นวิธีที่ต้องบอกเลยว่า หลายคนๆทำกันอย่างเป็นประจำอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการดูแลรักษาเสียงเส้นของเราไว้อย่างดีเลยทีเดียว วิธีต่อมาเวลาเราไม่สบายอย่างเป็นหวัดนี่ตัวสำคัญเลยก็ว่าได้ ไม่ควรร้องเพลงโดดเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นเสียงของเราอักเสบได้อย่างแน่นอน ควรที่จะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ทานยาตามที่แพทย์สั่งด้วยเพื่ออาการหวัดจะได้ทุเลาและหายป่วยลงไปก่อนและจึงจะสามารถกลับมาร้องเพลงได้อย่างแน่นอนนะครับ นี่คือเรื่องราวที่นำมาฝากกันในวันนี้สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ พี่น้อง